top of page

“Billie Eilish” ปล่อย “What Was I Made For?”ประกอบภาพยนตร์ “Barbie”พร้อมMVที่กำกับเอง



ศิลปินทรงอิทธิพลเจ้าของรางวัลแกรมมีและออสการ์ “Billie Eilish” ได้ปล่อยซิงเกิลใหม่ “What Was I Made For?” ประกอบจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปีอย่าง “Barbie” กำกับโดย Director สาวมากความสามารถอย่าง “Greta Gerwig” และนำแสดงโดยนักแสดงแนวหน้าแห่งวงการฮอลลีวูด “Margot Robbie” รับบท “Barbie” และ “Ryan Gosling” รับบท “Ken”


“Think I forgot / How to be happy / Something I’m not / But something I can be / Something I wait for / Something I’m made for / Something I’m made for.”


“What Was I Made For?” เป็นเพลงที่ทั้ง “Billie Eilish” และ พี่ชายของเธอ “FINNEAS” ตั้งใจทำให้กับภาพยนตร์ “Barbie” โดยเฉพาะ ในซิงเกิลนี้ถูกแต่งและโปรดิวซ์อย่างเรียบง่าย ณ สตูดิโอที่บ้านของทั้งคู่ เป็นเพลงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกและอารมณ์สุดท่วมท้น ไม่ว่าจะด้วยเนื้อหาของเพลงที่เข้ากับเนื้อเรื่องของภาพยนตร์อย่างลึกซึ้ง หรือเพราะดนตรีของเพลงซึ่งถูกถ่ายทอดอย่างประณีต ด้านมิวสิกวิดีโอ Billie Eilish ก็ลงมือกำกับเอง “What Was I Made For?” ได้มีการพรีเมียร์ทาง “MTV Live,” “MTVU,” “MTV Biggest Pop” และบนจอใหญ่กลางเมือง “Paramount Times Square” ในนิวยอร์ก


นอกจากนี้ซิงเกิล “What Was I Made For?” ยังเป็นหนึ่งในเพลงหลักจาก “BARBIE THE ALBUM” อัลบั้มซาวด์แทร็กประกอบภาพยนตร์ “Barbie” ที่จัดทำโดยโปรดิวเซอร์มือทองแห่งยุคอย่าง “Mark Ronson” เจ้าของรางวัลแกรมมีและออสการ์ รวมถึงโปรดิวเซอร์หญิงของภาพยนตร์ “Barbie” อย่าง “Greta Gerwig”



เกี่ยวกับ “Billie Eilish”

หลังจากที่อัลบั้มที่ 2 “Happier Than Ever” เปิดตัวที่อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 ในสหรัฐฯ และอีกกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ความสำเร็จนี้ได้พาศิลปินวัย 21 ปีอย่าง “Billie Eilish” ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 21 ตั้งแต่ซิงเกิลเดบิวต์ของเธอ “ocean eyes” ในปี 2015 “บิลลี่” ยังคงสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นเอกลักษณ์และท้าทายทุกข้อจำกัดทางดนตรี กระทั่งอัลบั้ม “WHEN WE FALL ASLEEP, WHERE DO WE GO?” ของเธอเปิดตัวที่อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 ทั้งในอเมริกา และอีก 17 ประเทศทั่วโลกในปี 2019 จนกลายเป็นอัลบั้มที่มียอดสตรีมมากที่สุดแห่งปี จนได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม ทั้งตัว “Billie Eilish” และพี่ชาย “FINNEAS” ได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับวงการดนตรี ทำให้เธอกลายเป็นศิลปินที่มีอายุน้อยที่สุดที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี จนเธอได้ชนะรางวัลอันยิ่งใหญ่นี้ในสาขา “Best New Artist”, “Album of the Year”, “Record of the Year”, “Song of the Year” และ “Best Pop Vocal Album” และยังได้รับโอกาสให้ทำเพลง “No Time to Die” ให้กับมหากาพย์ภาพยนตร์อมตะ “James Bond” จนชนะรางวัลแกรมมีอีกหนึ่งรางวัลในปี 2020



.

ฟังเพลงจากศิลปินไทยและสากลได้หลายช่องทาง

web. www.munforward.com

app. MUNforward

fm. 93 MUNforward เชียงใหม่

fm. 102.5 MUNforwardXtra เชียงใหม่

fb. MUNforward

ig. MUNforwardofficial

tw. MUNforwardth

line. MUNforward


 


18 views0 comments
bottom of page