“Lady Gaga” โชว์พลังเสียงอันไร้ที่ติในซิงเกิลใหม่ “Hold My Hand” ใน “Top Gun: Maverick”

“Lady Gaga” กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่กับเพลง “Hold My Hand” โดยประกอบภาพยนตร์ของ “Lady Gaga” หลังจากความสำเร็จจากเพลงประกอบภาพยนตร์ “A Star is Born” ในปี 2018 ซึ่งทำให้ “Lady Gaga” ได้รับรางวัล Grammys 4 รางวัล, BAFTA Award, Golden Globe Award และ Critics’ Choice Award เท่านั้นยังไม่พอ “Lady Gaga” ได้แอบสปอยล์เนื้อเพลงผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “Hold my hand everything will be ok I heard from the heavens that clouds have been grey”


ด้าน “Lady Gaga”เล่าว่า “ตอนที่ฉันเขียนเพลงนี้ให้กับ “Top Gun: Maverick” ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพลงนี้ได้ถ่ายทอดอารมณ์ของภาพยนตร์ไว้อย่างหลากหลายมาก ๆ ฉันทำเพลงนี้มาหลายปีแล้ว เพื่อที่จะทำให้มันสมบูรณ์แบบและเป็นตัวของตัวเอง ฉันต้องการทำดนตรีให้เป็นเพลงที่เราแบ่งปันความรู้สึกและความเข้าใจของกันและกัน และสามารถฉลองให้กับฮีโร่ของชีวิต ฉันรู้สึกขอบคุณ Tom and Hans และ Joe มากๆ สำหรับโอกาสนี้ และมันเป็นประสบการณ์ที่สวยงามที่ได้ร่วมงานกับพวกเขา ทั้งฉัน, BloodPop, Ben Rice และคนอื่น ๆ ที่ช่วยกันทำงานนี้กันอย่างเต็มที่ ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากที่ทุกคนจะได้ฟังเพลงนี้ มันเป็น เหมือนจดหมายรักถึงโลกใบนี้ ในระหว่างและหลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ฉันอยากให้คุณได้ยินมันมานานแล้ว และฉันตื่นเต้นมากที่จะมอบให้ทุกคน”


โดยภาพยนตร์ “Top Gun: Maverick” จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประเทศไทย วันที่ 25 พฤษภาคม ซึ่งเรื่องย่อของ “Top Gun: Maverick” เกิดขึ้น 34 ปีหลังจากเหตุการณ์ในภาพยนตร์ต้นฉบับ ตัวเอกของเรื่อง กัปตัน ปีเตอร์ “Maverick” มิตเชลล์ “ทอม ครูซ” ในฐานะผู้สอนการบินคนใหม่ของ Top Gun ศูนย์การฝึกนักบินที่ยอดเยี่ยมที่สุดของกองทัพอากาศสหรัฐ เขาพยายามแนะนำ “แบรดลีย์” ลูกชายของ “กูซ” เพื่อนรักที่เสียชีวิตไปแล้ว (ในหนังภาคแรก) ให้เป็นนักบินเหมือนพ่อของเขาเขาไม่ยอมรับยศใด ๆ ไม่รับตำแหน่งอะไรมากไปกว่าการเป็นครูฝึก เพื่อชดใช้ความรู้สึกบางอย่างที่มาร์เวริคติดค้างอยู่ในใจ อีกทั้งตัวเขาเองยังต้องพิสูจน์ตัวเองในยุคที่โลกเทคโนโลยีเครื่องบินไร้คนขับ ที่ค่อยๆ มาแทนที่นักบินที่เป็นมนุษย์อีกด้วย “ทอม ครูซ” ที่นอกจากแสดงนำเองเล่นเอง และทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์ “Top Gun: Maverick” ด้วยตัวเอง ระหว่างการถ่ายทำ อยู่ ๆ เจ้าตัวก็ได้สั่งพักกองถ่ายชั่วคราว เพื่อให้ตัวเองไปเรียนขับเครื่องบินไอพ่นของจริง ซึ่งเป็นความคิดของตัว “ทอม ครูซ” ที่ไม่อยากขับเครื่องบินแบบหลอก ๆ เหมือนในหนังภาคแรก เขาอยากให้ตัวละคร มาเวลริค ทำให้คนดูเชื่อว่าเป็นนักบินที่มากฝีมือจริง ๆ ในหนังจะมีมุมกล้องที่ถ่ายจากห้องนักบินหลาย ๆ ซีน เพื่อแสดงอารมณ์ร่วมของคนดูและตัวละครหลังคันบังคับเครื่องบิน ราวกับคนดูเป็นผู้ช่วยนักบินนั่งติดหลังกันเลย


 


13 views0 comments